เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. กรมชลประทาน.ได้จัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการปรับปรุงอาคารชลประทานขนาดกลางในเขตจังหวัดแพร่ เพื่อรับฟังผลข้อเสนอแนะครั้งสุดท้าย เพื่อให้โครงการมีความสมบูรณ์ที่สุด ก่อนเสนอให้ ครม.ให้ความเห็นชอบ มีภาคประชาชน ผู้นำชุมชน ตัวแทนกลุ่มผุ้ใช้น้ำ ภาครัฐระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมจำนวน 200 คน ณ ห้องประชุม โรงแรมอมรรักษ์ 2 ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
ในการรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะในครั้งนี้มี นายคุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการการจังหวัดแพร่ เป็นประธานในพิธีเปิด และมีตัวแทนกรมชลประทาน ที่เข้าร่วมประกอบด้วย นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธาด้านวางแผน ผู้แทนกรมชลประทาน นายพรมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาการบริหารจัดการน้ำและการมีส่วนร่วม นายอัสนี จารุชาต ผู้อำนวยการโครงการชลประทานแพร่ มีข้อสรุปการรับฟังข้อเสนอแนะครั้งสุดท้ายดังนี้
นายปรัชญา ฉายวัฒนา ตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา ด้านวางแผน ในนามผู้แทนกรมชลประทาน ได้สรุปว่า สืบเนื่องจากสภาพปัจจุบัน โครงสร้างอาคารชลประทานและระบบระบายน้ำเดิม ในจังหวัดแพร่ เริ่มไม่สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากการขยายตัวของชุมชนและการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน อีกทั้งจากปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
กรมชลประทานจึงได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมเพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดแพร่ ให้ครอบคลุมทุกมิติ มีเป้าหมายในวันนี้ คือเพื่อจัดทำแผนหลักการบริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่และศึกษา ความเหมาะสมในการปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางในเขตจังหวัดแพร่ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และนำระบบชลประทานอัจฉริยะ (Smart Irrigationมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต
การดำเนินโครงการนี้ในพื้นที่จังหวัดแพร่ของกรมชลประทาน จะเป็นการยกระดับการบริหารจัดการน้ำด้วยการปรับปรุง อ่างเก็บน้ำขนาดกลางและฝาย เนื่องจากปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดแพร่มีน้ำใช้ในการเกษตรไม่เพียงพอ และอาคาร อ่างเก็บน้ำ ฝาย มีการใช้งานมายาวนานรวมทั้งระบบส่งน้ำ ระบบระบายน้ำ นอกจากนี้ กรมชลประทานยังจะมีการยกระดับของกลุ่มผู้ใช้น้ำ การเก็บกักน้ำ และการพัฒนาคุณภาพขของน้ำควบคู่กันไป ในส่วนของการก่อสร้างจะเป็นทั้งการปรับปรุงซ่อมแซม อาคารสิ่งก่อสร้างเดิม ใช้วงเงินประมาณ ๖,๕๐๐ ล้านบาท ในระยะเวลา ๑๐ ปี แยกออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนแรก ยกระดับการปรับปรุงอาคาร อ่างเก็บน้ำ ฝาย และส่วนที่สองคือพัฒนากลุ่มผู้ใช้น้ำและการนำเทคนโนโลยี่เขามาใช้ในการบริหารจัดการน้ำ และโครงการนี้ได้ศึกษาเสร็จสิ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา คาดว่าจะนำเสนอให้ ครม.เห็นชอบเพื่อดำเนินการได้ ประมาณ ปี ๒๕๗๑
นายอัสนี จารุชาต ผู้อำนวยการโครงการชลประทานแพร่ ได้กล่าวเพิ่มอีกว่า ในส่วนโครงการในการยกระดับการในจังหวัดแพร่ มีทั้งสิ้น ๒๒๖ โครงการ อยู่ในส่วนของโครงการชลประทานแพร่ จำนวน ๔๙ โครงการ และจะเริ่มดำเนินการก่อนคือ อ่างเก็บน้ำแม่สาย และฝายท่าช้าง อ่างเก็บน้ำแม่คำปอง อ่างเก็บน้ำแม่คำมี อ่างเก็บน้ำแม่สอง อ่างเก็บน้ำแม่แคม และฝายท่าปลา อ่างเก็บน้ำแม่มาน อ่างเก็บน้ำแม่ถาง และอ่างเก็บน้ำแม่ยางหลวงและจะมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางเพิ่มอีกจำนวน ๕ แห่งคือ อ่างเก็บน้ำแม่แย้ตอนบน อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ต๋ำตอนบน อ่างเก็บน้ำแม่คำปองตอนบน อ่างเก็บน้ำแม่ยางหลวงตอนบน และอ่างเก็บน้ำแม่หยวกการประชุมปัจฉิมนิเทศในวันนี้ เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากเป็นการนำเสนอสรุปผลการศึกษาตลอดระยะเวลา ๑ ปีที่ผ่านมา เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ซึ่งจะนำไปสู่การปรับปรุงรายละเอียดโครงการให้มีความสมบูรณ์ และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดแพร่ได้อย่างแท้จริง
✍️ ญาณัจฉรา โชติถนอมกิจ/แพร่...รายงาน รายงาน