ปทุมธานีตร.เรียกคนขับรถกระบะชนจยย.ลาก๑กม.มาแจ้งข้อหาฝ่ายคนขับอ้างวูบปฏิเสธข้อหาขอสู้ชั้นศาล

🕓 เผยแพร่เมื่อ ๓๐ มี.ค. ๒๕๖๙

หมวดหมู่ข่าว: top-news

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 30 มีนาคม 2569 น.ส.รวิกานต์ อายุ 46 ปี แม่ของน้องปอร์โต้ (อายุ 14 ปี) และ น.ส.เมย์ ญาติของน้องดีเจ (อายุ 15 ปี) นำหลักฐานเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอให้ช่วยเหลือด้านคดี กรณีเด็กทั้งสองถูกรถกระบะชนจนรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำไฟลุกท่วม บาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะน้องดีเจที่แพทย์ต้องตัดขาข้างหนึ่งทิ้ง ภาพข่าว น.ส.รวิกานต์ เล่าทั้งน้ำตาว่า คืนเกิดเหตุ (๒๖ มี.ค. ๖๙) น้องปอร์โต้ซ้อนท้ายรถ จยย. Honda Scoopy i สีชมพูขาว ทะเบียน อลย.๓๙ กทม. ที่มีน้องดีเจเป็นคนขี่ เมื่อถึงหน้าวัดหนองปรง ต.บางเดื่อ อ.เมือง จ.ปทุมธานี ถูกรถกระบะ ๔ ประตู สีขาว ยี่ห้อ Ford ทะเบียน ๕ขง-๕๘๕๖ พุ่งชนและลากไปไกลกว่า ๑ กิโลเมตรจนไฟลุกท่วมรถ จยย. ก่อนที่รถกระบะจะเสียหลักตกคูคลองหน้าวัด คนขับตะเกียกตะกายออกจากรถมายืนคุยโทรศัพท์ โดยไม่สนใจเด็กทั้งสองที่บาดเจ็บและยกมือไหว้ขอร้องให้พาส่งโรงพยาบาล ก่อนจะมีหญิงสาวขับรถ Honda CRV มารับตัวหลบหนีไป ต่อมาตำรวจแจ้งว่าคนขับคือ นายอภิรัตน์ อายุ ๕๕ ปี เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว แต่ตนข้องใจการทำงานของตำรวจที่ตรวจเพียงเครื่องเป่าแอลกอฮอล์ ไม่ยอมเจาะเลือดตรวจทั้งที่เวลาผ่านไปนาน ทำให้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ด้าน น.ส.เมย์ ญาติของน้องดีเจ เผยว่า แม่ของน้องดีเจซึ่งมีสามีชาวแคนาดา กำลังอยู่ในอาการโศกเศร้าอย่างหนักที่ลูกชายต้องกลายเป็นคนพิการจากการถูกลากจนกระดูกแตกละเอียด ภาพข่าว ภาพข่าว นายวชิรศักย์ อายุ ๒๖ ปี พยานในที่เกิดเหตุและผู้เสียหายที่ถูกเศษกันชนกระเด็นใส่รถ เปิดเผยว่า ตนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด คนขับกระบะมีจิตใจดำมาก ไม่คิดจะเดินมาดูเด็กที่นอนร้องโอดโอยกลางถนน แต่อาศัยช่วงชุลมุนหนีขึ้นรถที่มีคนมารับไป ตนอยากให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบและขอโทษครอบครัวคนเจ็บ ด้าน ทนายรณณรงค์ ระบุว่าจะติดตามคดีกับ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อให้เด็กได้รับความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ ความสูญเสียของเยาวชนที่ต้องพิการ คนขับต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย พร้อมจี้ตำรวจทำคดีตรงไปตรงมา เพราะภาพวงจรปิดเป็นหลักฐานชัดเจน ต่อมา พ.ต.ต.พิเชษฐ์ ปฤกษา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้เรียกตัวนายอภิรัตน์มารับทราบข้อกล่าวหา ๓ ข้อหา ประกอบด้วย: ๑. ขับรถประมาททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บและเสียทรัพย์ ๒. ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหาย ๓. ไม่หยุดรถช่วยเหลือหรือแสดงตัวหลังเกิดอุบัติเหตุ นายอภิรัตน์ คนขับรถกระบะ ให้การอ้างว่า ขณะขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุตนเกิดอาการวูบ และคิดว่าชนเข้ากับกองหินหรือกองเศษดิน มารู้สึกตัวอีกทีรถก็ตกคลองไปแล้ว หลังจากนั้นได้กลับไปกินยาและหลับไป เพิ่งมารู้ตัวอีกวันว่าเกิดอุบัติเหตุ ยืนยันว่าหากรู้ว่าชนรถ จยย. ตนต้องจอดช่วยแน่นอน ยุงผมยังไม่ฆ่าเลย พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้ดื่มสุราเพราะไม่ใช่สายดื่ม และรถ CRV ที่มารับคือเพื่อนที่ผ่านมาเจอเพื่อพาไปขึ้นแท็กซี่ เบื้องตนขอให้การปฏิเสธในชั้นพนักงานสอบสวนเพื่อไปสู้คดีในชั้นศาล และยอมรับว่ารถกระบะของตนไม่มีประกันภัยแต่อย่างใด ภาพข่าว ภาพข่าว

✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน

🗞️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ - TIGERNEWSREPORT.COM เว็บไซต์ข่าวภูมิภาค ข่าวด่วนทั่วไทย รายงานโดยทีมข่าวประจำภูมิภาค