สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง แจงปมบุกรุกป่าแม่ยวมฝั่งขวา ยันตรวจยึดไม้-ทำถนนผิดกฎหมาย พร้อมสั่งย้ายหัวหน้าเขตฯ และตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง
วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ – นายชัยชาญ ศรียงค์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๑๖ สาขาแม่สะเรียง หรือ สบอ.๑๖ สาขาแม่สะเรียง ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการตรวจสอบการลักลอบทำถนนใหม่และการตัดไม้ในเขตป่าอนุรักษ์ ตามที่ปรากฏเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียผ่านเฟซบุ๊ก “พิทักษ์ศรัทธา” ของคุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ที่ระบุถึงการตัดไม้กลางป่าอนุรักษ์กว่า ๕๐๐ ต้น โดยมีนายนายนาวี ศิลป์สุภากุล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ร่วมชี้แจง ณ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๑๖ สาขาแม่สะเรียง
นายชัยชาญ ได้ให้ข้อมูลพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงโดยลำดับเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ สบอ.๑๖ สาขาแม่สะเรียง ได้รับรายงานจากสายตรวจปราบปรามฯ ตามหนังสือ ที่ ทส ๐๙๖๒.๒ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เรื่อง ตรวจสอบการทำถนนเส้นใหม่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา หลังได้รับแจ้งจากผู้หวังดีไม่ประสงค์ออกนามว่า มีการบุกเบิกพื้นที่เพื่อทำเส้นทางสัญจรของรถยนต์ระหว่างหมู่บ้านขุนแม่สอง ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง กับหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน
จากการลงพื้นที่สืบทราบข้อมูลเบื้องต้นจากชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ ได้ข้อมูลว่าพบว่า มีการทำถนนดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๘ และมีการพูดถึงประเด็นนี้ในการประชุมผู้ใหญ่บ้านเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๘ โดยข้อมูลในทางลับปรากฏพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่า มีผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกับหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ เป็นเจ้าของเครื่องจักร ทั้งรถแบคโฮและรถไถฟาร์ม รวมถึงเป็นผู้รับเหมาขุดเจาะถนนเส้นนี้เพื่อใช้สำหรับขนส่งสินค้าเกษตรไม่ทราบประเภทจากประเทศเมียนมาเข้ามายังประเทศไทย
นายชัยชาญ กล่าวต่อว่า ตนซึ่งเข้ามารับตำแหน่ง ผอ.สบอ.๑๖ สาขาแม่สะเรียง เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๘ เมื่อได้รับทราบเรื่องรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรและทางโทรศัพท์โดยตรงจากผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร พบว่ามีมูลความจริง จึงสั่งการให้ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดและกำชับให้ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สนธิกำลังร่วมกับส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าเข้าตรวจยึด โดยให้ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และได้นำเรื่องราวรายงานให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อโปรดทราบและพิจารณาต่อไป
กระทั่งเมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ คณะเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าและสายตรวจปราบปรามฯ ได้ร่วมกันลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อปราบปรามการกระทำผิดตามที่ได้รับแจ้งจากผู้หวังดีเพื่อหวังรางวัลสินบนนำจับ โดยตรวจสอบพิกัดจากสัญญาณดาวเทียม (GPS) บริเวณจุดที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นพื้นที่อยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีลักษณะการกระทำความผิดคือ การทำถนนตัดทำขึ้นมาใหม่ลัดเลาะตามสันเขาเพื่อมาเชื่อมต่อกับถนนเดิมระหว่างบ้านห้วยกองเป๊าะไปยังหย่อมบ้านแม่สำเพ็งเหนือ มีการทำถนนใหม่รวม ๔ เส้นทาง ลัดเลาะผ่านสภาพป่าดิบแล้งและป่าดิบเขา ความสูง ๖๐๐-๑,๑๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น ๑A คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดความกว้างถนน มีความกว้างประมาณ ๓ เมตร โดยมีการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ เพราะพบร่องรอยตีนตะขาบต้นร่องรอยบุ้งกี๋ของรถแบคโฮและร่องรอยดอกยางของรถไถฟาร์มทำการปรับพื้นดิน ขุดโค่นต้นไม้จำนวนมาก ซึ่งต้นไม้ที่ถูกขุดขึ้นจะโค่นล้มทั้งรากเหง้า วัดระยะทางบุกรุกได้รวม ๖.๖๐ กม. คิดเป็นเนื้อที่รวม ๑๒ ไร่ ๑ งาน ๕๐ ตารางวา พร้อมทั้งตรวจยึดไม้กระยาเลยของกลาง ได้จำนวน ๓๒๙ ท่อน ปริมาตร ๑๕๖.๙๔ ลบ.ม. รวมมูลค่าความเสียหายที่รัฐพึงได้รับเป็นเงิน ๒,๘๔๗,๑๕๑ บาท
เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เนื่องจากคดีนี้ถือเป็นคดีรายใหญ่ ตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยมาตรการควบคุม ตรวจสอบ และเร่งรัดการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๖๗ ตามข้อ ๔ ของคดีรายใหญ่ เนื่องจากมีปริมาณไม้ท่อนเกิน ๔๐ ลบ.ม. และมีรูปแบบการดำเนินการในลักษณะที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทุนหรือผู้มีอิทธิพล จึงได้ออกคำสั่ง สบอ.๑๖ สาขาแม่สะเรียง ที่ ๑๐๓๘/๒๕๖๘ ลงวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๘ แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกรมอุทยานฯ ตามหนังสือด่วนที่สุดที่ ทส ๐๙๐๔.๓๐๒/๓๙๖๘ ว่ามีเจ้าหน้าที่รู้เห็น ปล่อยปะละเลย หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เนื่องจากได้รับข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านห้วยกองเป๊าะว่า มีการเริ่มทำถนนมาตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๖๘ แล้ว ทั้งนี้ หากพบว่าเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ เข้าไปเกี่ยวข้อง จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสในการสอบสวน สบอ.๑๖ สาขาแม่สะเรียง ได้รายงานพฤติกรรมของหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ต่ออธิบดีกรมอุทยานฯ จนนำมาซึ่งคำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ ๖๐๐๗/๒๕๖๘ ลงวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๘ ให้หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ขณะเกิดเหตุ ไปปฏิบัติราชการ ณ สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๘ จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙ ในขณะที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกำลังดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพื่อรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป
ด้านนายนาวี ศิลป์สุภากุล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา กล่าวว่า ได้เข้ามาทำหน้าที่แทนหัวหน้าคนเดิมเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาและได้ควบคุมไม่ให้มีการสัญจรในถนนดังกล่าว ทั้งรถและคน โดยทำป้ายปิดประกาศห้ามใช้เส้นทาง แต่ยังมีความพยายามของราษฎรที่จะใช้เส้นทาง จึงได้นำแนวรั้วลวดหนามมากั้นปิดหัวท้ายของถนนเพื่อไม่ให้มีการสัญจร โดยได้ดำเนินการร้องทุกข์และมีสถานะทางคดีแล้ว ทั้งนี้ คาดว่าการสร้างเส้นทางดังกล่าวขึ้น น่าจะใช้เป็นเส้นทางหลบหลีกจากถนนเส้นทางหลักที่มีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการอยู่ตลอดเวลา ซึ่งขณะนี้ระหว่างการสืบหาข้อเท็จจริง
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอเรียนว่า กรมฯ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวอย่างยิ่ง และจะเร่งดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงตามระเบียบข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อความโปร่งใสในการปกป้องทรัพยากรป่าไม้ของชาติ.
✍️ ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน รายงาน