ตามนโยบาย ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภาค 1 พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส. ภาค 1 นำกำลังชุดสืบสวนปราบปรามเข้าทลายโกดังตรวจค้นจับกุมมิจฉาชีพขายของออนไลน์ที่ส่งพัสดุหลอกลวงประชาชน ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ได้ผู้ต้องหาและของกลางคาโกดังเป็นจำนวนมาก
พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ในฐานะรองโฆษก ตำรวจภูธรภาค 1 ปฏิบัติหน้าที่แทน โฆษกตำรวจภูธรภาค 1 ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า
ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศปอส.ตร. ให้สืบสวนจับกุม ร้านขายสินค้าและบริการ ที่เป็นการหลอกลวงประชาชน ตำรวจภูธรภาค ๑ ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.๑ , พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.๑ ได้สั่งการให้ บก.สส.ภ.๑ ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการส่งพัสดุสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือพัสดุที่ไม่ได้มีคำสั่งซื้อเกิดขึ้นจริง แล้วเก็บเงินปลายทาง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับประชาชนเป็นวงกว้าง พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.๑ ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติ โดยให้ทำการตรวจสอบย้อนหลังไปยังศูนย์รวมส่งพัสดุต่างๆ ว่ามีสินค้าใดบ้างที่ถูกปฎิเสธการส่ง ต่อมาได้รับการประสานจาก กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา และ ฝ่ายสืบสวน สภ.สำโรงใต้ ได้ส่งรายงานการสืบสวน ถึงที่มาขอพัสดุ มายัง กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.๑ ได้ทำการสืบสวนเพิ่มเติมจนกระทั่งทราบว่า ที่คลังกระจายสินค้า ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พิกััด ๑๓.๕๙๕๕๙๗๕๐ ,๑๐๐.๖๘๑๗๑๘๗๐ มีพัสดุที่ถูกตีกลับส่งมาเก็บไว้ในคลังเก็บพัสดุดังกล่าวเป็นจำนวนมากน่าเชื่อว่าเป็นแหล่งส่งออก และแหล่งพักสินค้าที่ใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงหรือฉ้อโกงประชาชน (ไม่ได้สั่งสินค้าแต่มีสินค้าเก็บเงินปลายทางมาส่งที่บ้าน) จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องขอออกหมายค้นต่อศาล และศาลได้ออกหมายค้นตามหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ ๗๙ / ๒๕๖๙ ลงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
ต่อมาในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๙ เวลา ๐๘.๐๐ น. เจ้าพนักงานตำรวจ บก.สส.ภ.๑ ได้นำหมายค้นดังกล่าวเข้าตรวจสอบโกดังเก็บพัสดุสินค้า พบสินค้าพัสดุถูกตีกลับจำนวนประมาณ ๕๐,๐๐๐ ชิ้น จึงได้ทำการสอบปากคำพนักงานประจำโกดัง โดยพนักงานให้การว่า พัสดุตีกลับดังกล่าวจะถูกเก็บไว้ในโกดังเพื่อรอออเดอร์ครั้งใหม่จากระบบ และเมื่อมีออเดอร์ครั้งใหม่มาพนักงานจะทำการจ่าหน้าพัสดุใหม่ ตราประทับผู้รับคนใหม่เพื่อส่งพัสดุ เก็บปลายทางยังลูกค้าคนต่อไป เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดอายัดสินค้าพัสดุทั้งหมดเพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าดังกล่าว ว่า มีแหล่งกำเนิดในประเทศไทยหรือไม่ ถือเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมหรือไม่
นอกจากนี้จากการตรวจสอบในระบบที่มีการเตรียมจัดส่งไปยังลูกค้ารายใหม่ พบว่ามีการออร์เดอร์มาจากระบบ แต่เมื่อเจ้าพนักงานโทรศัพท์ไปสอบถามยังผู้รับปลายทาง ปรากฏว่าไม่ได้เกิดการสั่งสินค้าพัสดุเก็บเงินปลายทางชิ้นดังกล่าวแต่อย่างใด จึงได้ทำการตรวจยึด อายัด พัสดุดังรายการต่อไปนี้
๑. สินค้าที่ไม่ได้มีแหล่งผลิตในประเทศไทยที่มีความผิดตาม พรบ.ศุลกากรฯ จำนวน ๕๙ รายการ
๒. พัสดุที่ถูกตีกลับ โดยแจ้งว่าผู้รับปฏิเสธการรับสินค้า จำนวน ๑๐๐ รายการ
๓. พัสดุที่ถูกบันทึก เข้ามาในระบบและเตรียมจัดส่งให้กับลูกค้า จำนวน ๑๐๐ รายการ
๔. พัสดุที่เตรียมจัดส่งให้กับลูกค้า วันที่ ๕ ก.พ.๒๕๖๙ หมายเลขพัสดุ TH ๖๗๐๒๘B๓B๑G๒B๑ ระบุชื่อผู้ส่ง AA๐๖๓๖ โทร ๐๘๓๙๙๘๕๗๔๒ ที่อยู่ ๑๐๘/๑๗ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ๑๐๕๔๐ ระบุชื่อผู้รับ สินิทรา โทร ๐๘๙๘๗๑๓๑๑๒ ที่อยู่ บางลาป่าดอง Thailand ป่าตอง กระทู้ ๘๓๑๕๐ จำนวน ๑ รายการ และตรวจยึด/อายัด
๑. พัสดุ จำนวน ๕๓,๘๘๙ กล่อง ที่โกดัง คลังตีกลับสินค้า Flash Fulfillment(BPL๒) ที่อยู่ ๘๘/๒๕ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบถึง ดเจ้าของสินค้า และนายทุน เจ้าของบริษัท ผู้สั่งการ/ผู้รับผลประโยชน์ ตลอดจนความผิดอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ต่อไป
✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน