วันนี้ 27 ม.ค.69 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต. ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6 , พ.ต.อ.สรธรรศ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.สงขลา , นายหะริน หอวัง นายด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์
บูรณาการกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณฝั่งขาเข้าราชอาณาจักร
ต่อมาพบรถยนต์กระบะตอนครึ่ง ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียนสงขลา ขับผ่านด่านตรวจคนขับชื่อนายมูฮัมมัด(นามสมมติ) อายุ ๓๑ ปี สัญชาติไทย มีอาการพิรุธ จึงแสดงตัวขอตรวจค้นพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง ๒ คน หลบซ่อนในช่องลับดัดแปลงใต้เบาะที่นั่งหลังคนขับ จากการสอบถามนายมูฮัมมัด ให้การรับสารภาพว่า ไปรับคนต่างด้าวทั้ง ๒ คน ซึ่งไม่มีหนังสือเดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย เพื่อจะไปส่งที่ตลาดปาดังเบซาร์ ตกลงค่าเดินทาง ๒๐๐ ริงกิตต่อคน หรือประมาณ ๑๕๐๐ บาทต่อคน ส่วนคนต่างด้าวทั้ง ๒ คน รับว่าไม่มีหนังสือเดินทางจริง ต้องการลักลอบเข้าประเทศไทยเพื่อไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี
ชุดจับกุมจึงแจ้งให้นายมูฮัมมัดฯทราบว่าถูกจับกุมข้อหา นำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือหรือช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง ๑๐ ปี และปรับไม่เกิน ๑ แสนบาท ส่วนคนต่างด้าวทั้ง ๒ คน ถูกจับกุมข้อหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปาดังเบซาร์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
✍️ ภาพ/ข่าว อ้อม มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา รายงาน