บรรยากาศการเมืองท้องถิ่นใน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร้อนแรงตั้งแต่เช้าจรดค่ำ จากการเลือกตั้ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) และ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล เมื่อวันที่ 11 มกราคม 69 ที่ผ่านมา หลายพื้นที่ขับเคี่ยวกันอย่างสูสี คะแนนเฉือนกันเพียงหลักสิบ–หลักร้อย กลายเป็นสนามประลองพลังฐานเสียงที่แท้จริงของผู้นำท้องถิ่น และอาจลุกลามไประดับจังหวัด และระดับประเทศที่การเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้เนื่องจากหัวคะแนน ฐานเสียงเดียวกัน
รายงานจากหน่วยเลือกตั้งในหลายอำเภอ ระบุว่าการแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่เกมของ “หน้าเดิมกินรวบ” อีกต่อไป ผู้สมัครหน้าใหม่ กลุ่มคนรุ่นใหม่ และทีมการเมืองอิสระ ทะยานขึ้นมาท้าชนเจ้าถิ่นอย่างดุเดือดผลคือหลายตำบลพลิกโผแชมป์เก่าพ่ายแบบเฉียดฉิว ขณะที่บางพื้นที่ต้องลุ้นนับคะแนนถึงนาทีสุดท้าย
แหล่งข่าวการเมืองท้องถิ่นชี้ว่า ปัจจัยชี้ขาดอยู่ที่ นโยบายปากท้อง โครงสร้างพื้นฐาน และการเข้าถึงประชาชนจริง ไม่ใช่เพียงกระแสหรือฐานเดิมเพียงอย่างเดียว ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งออกมาใช้สิทธิคึกคัก สะท้อนความตื่นตัวและความคาดหวังต่อการเปลี่ยนแปลงในระดับรากหญ้า ในส่วนของผลเลือกตั้ง ส.อบต. และนายก อบต. หลายอำเภอมีการ “ยึดพื้นที่” แบบเบียดกันชนะ สัดส่วนคะแนนสูสี เปิดฉากการทำงานสภาท้องถิ่นยุคใหม่ที่ต้องต่อรอง–ถ่วงดุล มากขึ้น ขณะที่ตำแหน่ง นายก อบต. หลายแห่งผู้ชนะได้คะแนนเหนือคู่แข่งไม่ห่างมาก ส่งสัญญาณว่าการบริหารหลังจากนี้ต้องฟังเสียงประชาชนและสภาฯอย่างเข้มข้น
นักวิเคราะห์มองว่าผลเลือกตั้งครั้งนี้คือสัญญาณเปลี่ยนผ่านการเมืองท้องถิ่นสุราษฎร์ธานี จากการเมืองเครือข่ายเดิมสู่การแข่งขันเชิงนโยบายและผลงานจริง ผู้ชนะไม่อาจนิ่งนอนใจ ส่วนผู้แพ้ยังมีพื้นที่ยืนในเกมการเมือง เพราะคะแนนที่ห่างเพียงเล็กน้อยสะท้อนฐานสนับสนุนที่แข็งแรง
ล่าสุดนายพลัฏฐ์ นิลเนาวรัตน์ ผอ.สนง.คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดสุราษฎร์ฯ ได้สรุปผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในทุกพื้นที่ ท่ามกลางสายตาจับจ้องของประชาชนที่คาดหวังว่า ผู้นำใหม่–เก่า จะเร่งเดินหน้านโยบาย แก้ปัญหาใกล้ตัว และพิสูจน์ศักยภาพบนสนามจริงของการบริหารตำบลต่อไป
✍️ ข่าว สุพจน์ คำจันทร์ รายงาน