เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2568 นายศดิศ ณิชกุล นายอำเภอขุนหาญ เปิดเผยว่า อ.ขุนหาญ ได้ออกประกาศในการบังคับใช้กฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามความในมาตรา 19 ประกอบมาตรา 28 ให้อพยพพี่น้องประชาชนออกจากพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ต.บักดอง ต.กันทรอม ต.ห้วยจันทร์ และต.พราน ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็น ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่ทางราชการจัดเตรียมไว้รองรับในพื้นที่อำเภอต่างๆ และห้ามประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาในพื้นที่เสี่ยง เพื่อความปลอดภัย จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย หากฝ่าฝืนคำสั่งมีโทษจับ-ปรับ ตามกฎหมาย
ด้าน นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การสู้รบตามชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ ๗ ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทางจังหวัดก็ได้สั่งการให้ นายอำเภอ ในพื้นที่เสี่ยงต่อการสู้รบ พื้นที่สีแดง ๓ อำเภอ ได้แก่ อ.กันทรลักษ์ ๗ ตำบล อ.ขุนหาญ ๔ ตำบล และภูสิงห์ ทั้งอำเภอ ๗ ตำบล และพื้นที่สีเหลือง ๒ อำเภอ คือ อ.ขุขันธ์ บางส่วน และอ.ไพรบึง บางส่วน โดยห้ามมิให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาในพื้นที่เสี่ยง เพื่อความปลอดภัย จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย หากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย
ทั้งนี้ จ.ศรีสะเกษ ปัจจุบันมีพื้นที่อพยพ จำนวน ๕ อำเภอ ๓๓ ตำบล ๓๙๒ หมู่บ้าน มีผู้อพยพ ข้อมูล ณ วันที่ ๑๔ ธ.ค. ๒๕๖๘ เวลา ๑๖.๓๐ น. ทั้งสิ้น จำนวน ๑๐๔,๖๘๘ คน อยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ๕๒๐ แห่ง จำนวน ๙๗,๖๖๐ คน พักอาศัยอยู่บ้านญาติ ๗,๐๒๘ คน โดยได้อนุมัติเงินทดรองราชการดูแลผู้อพยพ วงเงิน ๒ ล้านบาท ไปแล้ว ๑๔๙,๘๕๙,๓๐๓.๒๕ บาท เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนผู้อพยพในทุกมิติอย่างเต็มที่
✍️ พิสิษฐ์ สิริวิริยะธนา ศรีสะเกษ / รายงาน