กรุงเทพฯ – ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๘ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้กำหนดนัดอ่านคำพิพากษาคดีสำคัญที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นจำเลยในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จากกรณีให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้เมื่อปี ๒๕๕๘ ซึ่งอัยการเห็นว่าเป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่พาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์และผู้มีอำนาจทางการเมืองในขณะนั้น
อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งฟ้องคดีนี้ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๙ แต่เนื่องจากนายทักษิณพำนักอยู่ต่างประเทศ กระบวนการพิจารณาจึงไม่สามารถเดินหน้าได้ จนกระทั่งวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ เขาเดินทางกลับประเทศไทย และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามปกติ โดยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และต่อมาในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ ศาลมีคำสั่งให้ประกันตัว พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
ในช่วงเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๘ ศาลได้ทำการสืบพยานทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยเสร็จสิ้น โดยจำเลยได้ขึ้นเบิกความด้วยตนเอง พร้อมทั้งมีพยานบุคคลสำคัญอย่าง นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ นายธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม เข้ามาให้ข้อมูลสนับสนุนการต่อสู้คดี
บรรยากาศที่ศาลในวันนี้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้มงวด สื่อมวลชนหลายสำนักติดตามทำข่าวอย่างใกล้ชิด ขณะที่ผู้สนับสนุนบางส่วนได้เดินทางมาให้กำลังใจอดีตนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ศาลได้จำกัดการเข้าฟังการพิจารณาโดยอนุญาตเฉพาะผู้เกี่ยวข้องกับคดีเท่านั้น
การอ่านคำพิพากษาในวันนี้จึงถูกจับตามองอย่างมาก เนื่องจากถือเป็นอีกหนึ่งคดีการเมืองที่มีความละเอียดอ่อน และอาจส่งผลต่อทิศทางการเมืองไทยในอนาคต ไม่เพียงแต่ในมิติของกฎหมาย แต่ยังรวมถึงความเชื่อมั่นของสังคมต่อกระบวนการยุติธรรมอีกด้วย
รูปภาพจาก กรุงเทพธุรกิจ
ข้อมูล จากสำนักข่าวคชสีห์