วันที่
๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๓๐ น. นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในกิจกรรมพิจารณากลั่นกรองการประกวดผ้าลายพระราชทาน
“ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรม
ระดับจังหวัด ประจำปี ๒๕๖๘ พร้อมด้วย คณะกรรมการฯ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ร่วมพิจารณา ณ ห้องราวินทรา โรงแรมจันทรารีสอร์ท ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง
จังหวัดนครนายก
ด้วยกรมการพัฒนาชุมชน
ได้จัดทำโครงการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรม กิจกรรมการประกวดผ้าลายพระราชทาน
"ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรม โดยมีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อพัฒนาทักษะผู้ผลิต
ผู้ประกอบการ OTOP ให้มีความรู้ความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทผ้าและงานหัตถกรรมให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ
๒) เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชนโดยน้อมนำแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มาต่อยอยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น องค์ความรู้
และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ๓) เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรม แต่ละประเภทให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
และ ๔) เพื่อคัดเลือกผ้าลายพระราชทานและงานหัตถกรรมที่ผ่านหลักเกณฑ์การประกวดผ้าลายพระราชทาน
ให้สามารถนำไปเป็นต้นแบบแก่ผู้สนใจและบุคคลทั่วไปได้
ในปีนี้มีผู้ประกอบการสมัครเข้ารับการคัดเลือกทั้งหมด
๕ ราย ส่งเข้าประกวดทั้งหมด ๑๖ ลายผ้า มีเกณฑ์การให้คะแนนทั้งหมด ๗ ข้อได้แก่
ความกว้างของหน้าผ้า ความเรียบร้อยและความสม่ำเสมอของการทอ
การใช้สีธรรมชาติให้สีได้เหมาะสมกับลวดลายในผืนผ้า ความชัดเจนของลวดลาย
ความสวยงามโดยรวมของผืนผ้า ความคิดสร้างสรรค์และการประยุกต์ และบรรจุภัณฑ์ (Packaging) และการนำเสนอการขายผ่าน Storytelling
จากผลการพิจารณากลั่นกรองของคณะกรรมการฯ
มีผ้าที่ผ่านการคัดเลือกทั้งสิ้น ๖ รายการ แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท ได้แก่
ประเภทที่
๑: ผ้ามัดหมี่ ๒ ตะกอ
ชื่อผ้า:
มัดหมี่แห่งความจงรักภักดี
ประเภทที่
๒: ผ้าเทคนิคผสมเทคนิคพื้นเมือง
ชื่อผ้า:
รวมใจแห่งความภักดี, ขะม้าแห่งความจงรักภักดี
ประเภทที่
๓: ผ้าบาติก / ผ้ามัดย้อม / ผ้าเขียนเทียน
ชื่อผ้า:
สักกะณิการ์, ณิการ์พาเพลิน,
ใจรักษ์ พิทักษ์ขุนด่านปราการชล
ผู้ผ่านการคัดเลือกทั้งหมดจะเป็นตัวแทนจังหวัดนครนายก
เข้าร่วมประกวดผ้าลายพระราชทานและงานหัตถกรรมระดับภาคกลาง ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่
๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๘ ณ จังหวัดนนทบุรี
การจัดกิจกรรมครั้งนี้
นับเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมและต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดนครนายกให้เป็นที่ประจักษ์
พร้อมผลักดันผู้ประกอบการให้มีโอกาสพัฒนาผลงานสู่ระดับภูมิภาคและระดับประเทศต่อไปในอนาคต