ส.ส.ยะลา เปิดใจถึง "กระท่อมเสรี" ขายเกลื่อน ชี้ทหาร-ตำรวจก็ซื้อกิน! จี้รัฐบาลเร่งนำกลับเข้าบัญชียาเสพติด

เผยแพร่เมื่อ ๐๖ ส.ค. ๒๕๖๘

ภาพประกอบ

 ส.ส.ยะลา เปิดใจถึง "กระท่อมเสรี" ขายเกลื่อน ชี้ทหาร-ตำรวจก็ซื้อกิน!  จี้รัฐบาลเร่งนำกลับเข้าบัญชียาเสพติด 

   

นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา เขต ๓ พรรคประชาชาติ ได้แสดงความกังวลอย่างเปิดอกถึงสถานการณ์ของพืชกระท่อม หลังจากถูกปลดออกจากบัญชียาเสพติด โดยชี้ว่ากระท่อมไม่ได้เป็นเพียงผักสวนครัวอย่างที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น "สารตั้งต้น" ที่ทำให้เกิดยาเสพติดชนิดอื่น และยังคงมีการวางขายอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ

"กระท่อมไม่ใช่ผักจิ้ม แต่ถูกแปรรูปเพื่อมึนเมา"

       นายอับดุลอายีกล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าใบกระท่อมส่วนใหญ่ที่ถูกซื้อไปนั้นไม่ได้ถูกนำไปเป็นผักจิ้มกินกับข้าว แต่ถูกนำไป แปรรูปเป็นน้ำกระท่อม และผสมกับสารอื่น ๆ เพื่อทำให้เกิดอาการมึนเมา ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อสุขภาพจิตและสังคมอย่างรุนแรง และที่น่าตกใจคือผู้ที่ซื้อกระท่อมมีหลากหลายอาชีพ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และข้าราชการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการแพร่หลายในวงกว้างของปัญหานี้

กฎหมายเป็นจุดอ่อน: ส.ส. เตรียมผลักดันนำกระท่อมกลับเป็นยาเสพติด

     ส.ส.ยะลา มองว่าปัญหาหลักคือ "กฎหมาย" ที่เป็นจุดอ่อน ทำให้ผู้ค้ารวมถึงผู้เสพไม่เกรงกลัว ซึ่งแม้จะมีการขายบนฟุตบาทที่ผิดกฎหมายจราจร แต่ตัวพืชกระท่อมเองไม่ผิด ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างจริงจัง จึงยืนยันว่าเขาและฝ่ายนิติบัญญัติจะพยายามผลักดัน "นำกระท่อมกลับเข้าบัญชียาเสพติด" อีกครั้ง แม้จะทราบดีว่ากระบวนการทางกฎหมายจะต้องใช้เวลานานและต้องผ่านความเห็นชอบจากหลายฝ่าย 

    อย่างไรก็ตาม นายอับดุลอายีได้ฝากถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องให้ร่วมกันหามาตรการและสร้าง "กฎของสังคมใหม่" เพื่อหยุดยั้งปัญหาที่กำลังบ่อนทำลายอนาคตของเยาวชนและสังคมในที่สุด 

    ส.ส.อับดุลอายี ชี้ว่า แม้จะมีนโยบาย ๑๒๐ วัน เพื่อจัดการกับปัญหาพืชกระท่อม แต่ผ่านมา ๒ เดือนกว่าแล้ว ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ขายยังคงขายได้ตามปกติ ส่วนผู้ที่รณรงค์ก็ทำได้เพียงแค่พูดคุย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ยังไม่ชัดเจนนัก

     “ ขายบนฟุตบาท แม้ในเขตเทศบาลเมืองนครยะลาจะยังมีการขายกระท่อมบนฟุตบาท แต่ตัวพืชกระท่อมเองไม่ผิดกฎหมาย ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าการพูดเพื่อให้เกิดความสำนึก ขอวิงวอนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกันหามาตรการและสร้าง "กฎของสังคมใหม่" เพื่อจัดการและดูแลปัญหายาเสพติดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” 

      คำกล่าวของนายอับดุลอายีจึงไม่ใช่แค่การวิพากษ์วิจารณ์ แต่เป็นการส่งเสียงสะท้อนถึงปัญหาที่กำลังกัดกร่อนสังคมและเป็นความท้าทายที่รอคอยการแก้ไขจากทุกฝ่ายอย่างจริงจัง