วันนี้ (วันที่ ๖
สิงหาคม ๒๕๖๘) ที่ โรงแรมเดอะพาโก้ ดีไซด์ ภูเก็ต พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการสร้างระบบการบูรณาการข้อมูลยานพาหนะเพื่อการบริหารจัดการและตรวจสอบการกระทำผิดวินัยจราจร
(Safer Road Connect) ด้วย Applications จังหวัดภูเก็ต โดยมี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ผู้กำกับการ สภ.
ทุกแห่งในจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ
และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมจำนวนมาก
พ.ต.อ.กษิดิน
จ่ายกระโทก ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวความเป็นมาของโครงการที่เกิดขึ้นจากสภาพปัญหาที่จังหวัดภูเก็ต
ต้องเผชิญกับจำนวนยานพาหนะที่เพิ่มสูงขึ้น การเดินทางของนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย
รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้รถใช้ถนน ทั้งในกลุ่มประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยว
ซึ่งส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุจำนวนมาก
ทั้งนี้ ข้อมูลจากศูนย์อุบัติเหตุไทยและฐานข้อมูลของจังหวัดชี้ให้เห็นว่าโครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายระดับชาติในการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล
และยุทธศาสตร์ความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทย
โดยใช้ระบบแอปพลิเคชันเป็นเครื่องมือหลักในการเชื่อมโยงข้อมูล หมายเลขทะเบียน
พฤติกรรมการกระทำผิดจราจร และจัดทำฐานข้อมูลสำหรับการแจ้งเตือน วิเคราะห์ และควบคุมพฤติกรรมผู้ขับขี่ได้อย่างแม่นยำ
อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ในการจัดโครงการ
คือการพัฒนากระบวนการทำงาน (Operation) สำหรับการบูรณาการข้อมูลยานพาหนะเพื่อการบริหารจัดการและตรวจสอบการกระทำผิดวินัยจราจร
บนท้องถนนกับหน่วยงานต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการดำเนินงาน
เพื่อประเมินผลเทคโนโลยีที่มาสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายด้านการทำผิดวินัยจราจรบนท้องถนนกับหน่วยงานต่างๆ
และเพื่อนำข้อมูลที่ได้จากระบบๆ
มาใช้ประกอบการวิเคราะห์สถานการณ์เหตุการณ์ในการลดอุบัติเหตุจราจรทางบกในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
โดยเบื้องต้นได้รับความร่วมมือจาก
๓ องค์กร ๓ สถาบันการศึกษา และ ๑ โรงพยาบาล ที่ร่วมเป็นภาคีเครือข่าย ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
(MOU) และพร้อมขับเคลื่อนมาตรการองค์กร เพื่อความปลอดภัยทางถนนในจังหวัดภูเก็ตอย่างจริงจัง
ทางด้าน
พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ต ถือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญระดับโลก
มีจำนวนยานพาหนะและนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี
พร้อมกับปัญหาด้านความปลอดภัยบนท้องถนนที่ยังคงต้องการการแก้ไขอย่างจริงจัง
และโครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ
ที่เราจะได้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือในการ วิเคราะห์พฤติกรรมเสี่ยง
ตรวจสอบและติดตามการกระทำผิดวินัยจราจรแบบ Real-time ซึ่งจะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม
การดำเนินโครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ
รวมถึงภาคการศึกษา ในการเข้าร่วมเป็นองค์กรนำร่องร่วมสร้างมาตรการความปลอดภัยทางถนนภายในองค์กร
โดยจะมีการขยายผลสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านระบบ
ข้อมูลและพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกกลุ่ม
เพื่อสร้างถนนที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป