รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดกิจกรรม “การขับเคลื่อนเกษตรสีเขียว ทิศทางและแนวทางการวิจัย BCG”

เผยแพร่เมื่อ ๐๕ ส.ค. ๒๕๖๘

ภาพประกอบ

วันนี้ (๕ ส.ค.๖๘) ที่ ห้องประชุมบลูบ็อกซ์ โรงแรมบลูแรบบิท จังหวัดจันทบุรี นางสาวปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานเปิดกิจกรรม “การขับเคลื่อนเกษตรสีเขียว ทิศทางและแนวทางการวิจัย BCG” ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชด้วยผลงานวิจัยและนวัตกรรมพื้นที่ภาคตะวันออก โดยได้รับมอบหมายจากนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการเกษตรให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ตามแนวทางของนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดับสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูง ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด BCG โมเดล (เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว)

 

รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตรมีบทบาทสำคัญในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะด้านการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและตอบสนองต่อความต้องการของตลาดสินค้าเกษตรทั้งในและต่างประเทศ

 

นายพิทวัฒน์ อ่อนทองหลาง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ ๖ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักวิจัยฯ พร้อมด้วยศูนย์วิจัยในสังกัด ได้ดำเนินการเผยแพร่ผลงานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มพืชพื้นถิ่นและพืชอินทรีย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนงานที่ได้รับการสนับสนุนจาก สกสว. (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม) ระหว่างปี ๒๕๖๕–๒๕๖๗ สามารถพัฒนาเทคโนโลยีต้นแบบการผลิตพืชอินทรีย์ที่นำไปใช้ได้จริงในพื้นที่เกษตร

 

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเสวนาวิชาการ “แนวทางการวิจัยเกษตรสีเขียวและ BCG แบบบูรณาการเชิงพื้นที่ (Area Based)” และ “ยกระดับเกษตรอินทรีย์ เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ มั่นคง ยั่งยืน” พร้อมด้วยนิทรรศการ สาธิตเทคโนโลยี และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกลุ่มเกษตรกร

 

การจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นการเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรสมัยใหม่สู่กลุ่มเป้าหมาย อาทิ เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน นักวิชาการ ผู้ประกอบการ ภาคการศึกษา และประชาชนทั่วไป ซึ่งสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิต พัฒนาเกษตรกรรมที่ยั่งยืน และสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับพื้นที่ได้อย่างแท้จริง