ศอ.บต. จับมือ มูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้" เตรียมผลิตเมล็ดพันธุ์ใหม่ "เยาวชน สานใจไทย สู่ใจใต้ รุ่นที่ ๔๕ เริ่มรับสมัคร ๑๔ - ๑๘ ส.ค. ๖๘ นี้

เผยแพร่เมื่อ ๐๕ ส.ค. ๒๕๖๘

ภาพประกอบ

ศอ.บต. จับมือ มูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้"  เตรียมผลิตเมล็ดพันธุ์ใหม่  "เยาวชน สานใจไทย สู่ใจใต้ รุ่นที่ ๔๕ เริ่มรับสมัคร ๑๔ - ๑๘ ส.ค. ๖๘ นี้ 


วันนี้ (๕ สิงหาคม ๒๕๖๘) ที่ ห้องประชุมชั้น ๒ อาคาร ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้  นายอารีย์ วงศ์อารยะ ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้" เป็นประธานประชุมขับเคลื่อนโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้" รุ่นที่ ๔๕ โดยมีนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมด้วยรองอธิบดีกรมการปกครอง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เลขาธิการมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้" นายกสมาคมสถาบันปอเนาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายกสมาคมโครงการ สานใจไทย สู่ใจใต้ คณะกรรมการโครงการฯ หัวหน้าส่วนราชการ ในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วม 


นายอารีย์ วงศ์อารยะ ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้" เน้นย้ำให้ทุกส่วนราชการ นำปัญหา อุปสรรคจากรุ่นที่ผ่านมา มาปรับเปลี่ยน แก้ไข ให้เกิดการขับเคลื่อนโครงการฯ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในการคัดเลือกเยาวชนให้ตรงตามคุณสมบัติที่สุด เพื่อให้ได้เยาวชนน้ำดี ซึ่งการที่เยาวชนได้เข้ามาร่วมในโครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ นั้น จะไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา และไม่มีความขัดแย้งใดๆ  แต่เราจะอยู่ร่วมกันแบบครอบครัว แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ตามวิถีชีวิตของสังคมพหุวัฒนธรรม


ด้านนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร รองเลขาธิการ กล่าวว่า ศอ.บต. เป็นหน่วยบูรณาการร่วมกับหลายภาคส่วน ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของเยาวชนซึ่งเยาวชนที่ผ่านโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้" ทั้งหมดล้วนเป็นผลผลิตที่มีคุณภาพ เป็นความภาคภูมิใจเป็นความหวัง และอนาคตของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ให้กับเยาวชนในรุ่นนี้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใส่ใจการทำงานอย่างเต็มที่ เข้มแข็ง และหนักแน่น ปรับเปลี่ยนกิจกรรมเพื่อให้ทันยุคสมัย และมีประโยชน์ต่อพื้นที่ 


สำหรับโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้" ได้บ่มเพาะเยาวชนจากรุ่นสู่รุ่น มาแล้ว จำนวน ๔๔ รุ่น มีเยาวชนที่ผ่านโครงการฯ จำนวน ๑๑,๐๒๕ คน ซึ่งในปีนี้จะมีการเปิดรับสมัครเยาวชน เพื่อเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ ๑๔ - ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๘ นี้ ผ่าน ๔๔ อำเภอเป้าหมายในพื้นที่ จชต. โดยใช้หลักเกณฑ์ต้องเป็นเยาวชนที่มีฐานะยากจน กำพร้า เรียนดี หรือด้อยโอกาสทางการศึกษา ตลอดจน ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีอายุตั้งแต่ ๑๕ ปีบริบูรณ์ ขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๑๙ ปีบริบรูณ์ และเป็นเยาวชนที่อยู่ในระบบการศึกษา หรือนอกระบบการศึกษา ทุกสังกัด