คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ มูลนิธิมะเร็งโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย และ ชมรมรวมใจเพื่อผู้ป่วยโลหิตวิทยาภาคเหนือ NHC ร่วมจัดโครงการ “คู่แท้ต่อชีวิต” เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเลือด

เผยแพร่เมื่อ ๐๔ ส.ค. ๒๕๖๘

ภาพประกอบ

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ มูลนิธิมะเร็งโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย และ ชมรมรวมใจเพื่อผู้ป่วยโลหิตวิทยาภาคเหนือ NHC ร่วมจัดโครงการ “คู่แท้ต่อชีวิต” เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเลือด

รูปภาพ

เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ณ พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา อ.เมือง จ.เชียงใหม่. รศ.พญ.อรินทยา พรหมินธิกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ กล่าวถึงมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก (รพ. มหาราชนครเชียงใหม่) ในการช่วยเหลือผู้ป่วย พร้อมร่วมรับมอบเงินบริจาค

– ผศ.สุนี ตระการศิริ จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท
– ครอบครัวรังคสิริ จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท
– คุณสมภาคย์ ตระการกุลพันธ์ จำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท
– ศ.(เกียรติคุณ) ดร.ปิยะวัติ บุญ-หลง จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท
– คุณมนทิรา อร่ามกิจโพธา ผู้ก่อตั้งมูลนิธิมะเร็งโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย ๑๐๐,๐๐๐ บาท สมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก เพื่อกองทุนหน่วยโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มช.

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ในกิจกรรมมีการเสวนาในหัวข้อ “การรักษามะเร็งโลหิตด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์” โดย รศ.นพ.อดิศักดิ์ ตันติวรวิทย์ หัวหน้าศูนย์ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด หน่วยโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. และการแบ่งปันประสบการณ์ จากผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน และจากผู้บริจาคสเต็มเซลล์

โดยมี รศ.นพ.เอกรัฐ รัฐฤทธิ์ธำรง รองคณบดีด้านการศึกษาก่อนปริญญา และ รศ.ดร.นพ.ชาตรี ชัยอดิศักดิ์โสภา ผู้ช่วยคณบดีด้านวิจัย นวัตกรรม และวิเทศสัมพันธ์, หัวหน้าหน่วยวิชาโลหิตวิทยา และ อ.พญ.ศศินี ฮันตระกูล อาจารย์ประจำหน่วยโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ และ คุณนุชจรี อนุนิมิตรานนท์ หัวหน้างานสื่อสารองค์กร ร่วมเป็นพิธีกรในโครงการ

และได้รับเกียรติจาก นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดพิธี และกล่าวความเป็นมาของโครงการฯ โดย คุณมนทิรา อร่ามกิจโพธา ผู้ก่อตั้งมูลนิธิมะเร็งโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย โดยโครงการจัดขึ้นเพื่อให้ความรู้ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ที่เป็นตัวสำคัญ ในการช่วยให้ผู้ป่วยโรคเลือดและมะเร็งเม็ดเลือดขาว ได้มีชีวิตใหม่.