
ไทย-มาเลย์ ปิดท่าข้ามผ่อนปรนกว่า ๗ เดือน จากผลพวงสกัดกั้นยาเสพติด ทำให้เศรษฐกิจรากหญ้าทรุดเงินที่เคยแพร่สะพัดหดหาย
จากผลพวงของ พล.ต.ท.ดาโต๊ะ มูฮัมหมัดยูโซฟ บินมามะ ผู้บัญชาการตำรวจรัฐกลันตันประเทศมาเลเซีย ได้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดสำหรับการเดินทางเข้าออก ระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซียอย่างผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ ๑๘ พ.ย.๖๗ ที่ผ่านมา นับจนถึงวันนี้เป็นระยะเวลานานกว่า ๗ เดือน ซึ่งเป็นผลพวงจาก น.ส.วันโนรชาฮีดาอัซลิน บินตีวันอิสมาอีล นักร้องดังขวัญใจวัยรุ่น สัญชาติมาเลเซีย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหโก-ลก จับกุมพร้อมยาบ้า จำนวน ๖,๐๖๐ เม็ด ในพื้นที่ อสุไหโก-ลก เมื่อวันที่ ๔ พ.ย.๖๗ ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฏหมายทุกชนิด
ทางการประเทศมาเลเซียได้มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนประเทศมาเลเซีย หรือ Senoi Praaq มาปฏิบัติหน้าที่ตามช่องทางข้ามธรรมชาติซึ่งเป็นจุดผ่อนปรน ทั้ง ๖ ช่องทาง ของเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับอำเภอสุไหงโกลก คือ ท่าชมพู่, ท่าโรงเลื่อย, ท่ากอไผ่, ท่าเจ๊ะกาเซ็ง, ท่าประปาและท่าโต๊ะแว พร้อมกันนี้ทางการประเทศมาเลเซียได้มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดนอกเครื่องแบบ ทำการลาดตระเวนในการตรวจสอบบุคคล ตามเส้นทางที่มุ่งหน้ามาจากช่องทางข้ามธรรมชาติฝั่งไทย ซึ่งที่ผ่านมามีชาวไทยและชาวมาเลเซียฝ่าฝืนถูกจับกุมแล้วจำนวนหลายราย ปรับเป็นเงินต่อรายคนละ ๑๐,๐๐๐ ริงกิต หรือเปรียบเงินไทย ประมาณ ๗๕,๖๑๑ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แต่ถึงอย่างไรก็ตามโดยทั้ง ๒ ฟากฝั่ง ไทย-มาเลเซียยังคงมีการเปิดบริการเรือโดยสารรับจ้างตามปกติ ในช่วง ๓ เวลา คือ ช่วงที่ ๑.เวลา ๐๖.๐๐ น. ถึง ๐๙.๐๐ น. ช่วงที่ ๒. เวลา ๑๑.๐๐ น. ถึง ๑๔.๐๐ น. และช่วงที่ ๓. เวลา ๑๗.๐๐ น. ถึง ๐๒.๐๐ น. ซึ่งจุดผ่อนปรนไทยทั้ง ๗ ช่องทางข้ามตามธรรมชาติ ก็มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยป้องกันชายแดนที่ ๓ สนธิกำลังกับกำลัง อส.อ.สุไหโก-ลก ในการปฏิบัติหน้าที่ที่ช่องทางข้ามตลอด ๒๔ ชั่วโมง รวมถึงการตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนถนนที่มุ่งสู่ช่องทางข้ามธรรมชาติ เพื่อป้องกันการลักลอบขนย้ายลำเลียยาเสพติดทุกชนิดในเวลากลางคืน
ซึ่งประชาชนที่ยึดอาชีพขับเรือโดยสารรับจ้างข้ามฟากทั้ง ๒ ฟากฝั่ง ไม่รับประกันถึงความปลอดภัย ที่สุ่มเสี่ยงและอาจจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดนอกเครื่องแบบของประเทศมาเลเซียจับกุม ทำให้ปัจจุบันมีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียใช้บริการเรือข้ามฟากไปมาหาสู่กันบางตา ส่งผลทำให้มาตราการสกัดกั้นยาเสพติดและสิ่งผิดกฏหมายทุกชนิดของประเทศมาเลเซีย ขยายผลทำให้ประชาชนชาว อ.สุไหงโก-ลก ที่อาศัยอยู่บริเวณ ๗ ช่องทางธรรมชาติจุดผ่อนปรน มีวิถีชีวิตเปลี่ยนไปแถมเจ้าของผู้ประกอบการต่างๆ ต้องประสบกับปัญหาเศรษฐกิจที่ทรุดหนัก เงินที่เคยแพร่สะพัดก็พลอยหดหายไปแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ รอง หน.พรรคกล้าธรรม ในฐานะ สส.นราธิวาส ๒ สมัย กล่าวว่า ผมต้องขอขอบคุณทางรัฐมนตรียุติธรรม กระทรวงมหาดไทยแล้วก็รัฐบาล ที่ได้ให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่เรื้อรังทำให้เศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ ได้รับผลกระทบอย่างมหาศาล โดยเฉพาะพ่อแม่พี่น้องที่มีบุตรหลานติดยาเสพติด มันทำร้ายชุมชนของเราโดยเฉพาะในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ทำให้การค้าขายตามตะเข็บชายแดนต่างๆ ได้รับผลกระทบพอสมควร วันนี้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม ในมิติของการบูรณาการร่วมกันผมเอก็พยายามที่จะประสานงาน หน่วยงานต่างๆเพื่อมาแก้ไขปัญหานี้ ผมต้อขอขอบคุณหน่วยงานโดยเฉพาะทาง ศอ.บต.
ด้านนายสูไฮมิง โต๊ะรายอ ซึ่งยึดอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง บริเวณช่องทางข้ามผ่อนปรนชุมชนท่าโรงเลื่อย กล่าวว่า วิถีชีวิตตอนนี้คือรายได้ที่เคยมีหายหมดเลย ปกติคนที่นี่ส่วนมากจะเดินทางมาซื้อของก็ขึ้นวินซื้อของกลับไปมา คนในพื้นที่พอปิดแบบนี้คือลำบากเลยประชาชนชาวบ้านริมคลองแบบนี้คือไม่สามารถทำงานได้ ส่วนมากคนมาเลเซียมาเที่ยวบ้านเราเพื่อซื้ออาหารของกิน บางครั้งก็เช่าโรงแรมเมื่อเสร็จก็กลับไป เมื่อปิดแบบนี้คือยากเลยครับ เศรษฐกิจบ้านเราส่วนมากจะเป็นร้านอาหารร้านค้าวินมอเตอร์ไซด์มีผลกระทบหมดเลย
นูอารีซ๊ะ ยะยือริ รายงาน