
ชาวเมืองคนดี ร่วมปล่อยขบวนรถสนับสนุนสิ่งของ ช่วยเหลือชายแดนไทย-กัมพูชา มูลค่ากว่า ๔ ล้านบาท
๓๑ กรกฎาคม ๖๘ บริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี มอบหมายให้นายนันธวัช เจริญวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนคาราวานสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน ๑๒ คัน รถบรรทุกรวมมูลค่ากว่า ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ภายใต้กิจกรรม “ร่วมปันน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” เพื่อส่งมอบให้แก่ทหาร และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสุคนธ์ หนูภักดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิทศักดิ์ จำเริญนุสิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตลอดจน นายจุมพล กาญจนะ ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นางโสภา กาญจนะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายประเสริฐ บุญประสพ นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ตัวแทนองค์กรต่างๆ ประชาชน และนักเรียน เข้าร่วมจำนวนมาก
สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการแสดงออกถึงความสมัครสมานสามัคคี และสะท้อนพลังแห่งการแบ่งปันของประชาชนชาวสุราษฎร์ธานี ที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามยากลำบาก ในพิธีปล่อยขบวนคาราวานพระวชิรปริยัติยาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเจ้าอาวาสวัดพัฒนาราม พระอารามหลวง ประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมแขกผู้มีเกียรติร่วมกดปุ่มแตรและโบกธงชาติปล่อยขบวนคาราวานออกเดินทา กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ถึงวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ เป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย โดยจังหวัดฯ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันบริจาคสิ่งของจำเป็น เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง และของใช้เบื้องต้น เพื่อนำไปช่วยเหลือทหารและประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับชายแดนประเทศกัมพูชา กว่า ๔ ล้านบาท
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวขอบคุณประชาชนชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ร่วมแสดงน้ำใจในกิจกรรม “ปันน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” โดยขบวนรถบรรทุกสิ่งของบริจาค จำนวน ๑๒ คัน ได้ออกเดินทางเรียบร้อยแล้ว เพื่อนำเครื่องอุปโภคบริโภคจากพี่น้องประชาชนไปส่งยังพื้นที่เป้าหมาย ๓ แห่ง ได้แก่ ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา, ค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์ และศูนย์ ปภ. จังหวัดอุบลราชธานี
สุพจน์ คำจันทร์ รายงาน