สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ทาง ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ซึ่งเป็นการปรับปรุงระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยยังคงหลักการเดิม และปรับปรุงแก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับบทนิยาม วงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอและจังหวัดและขยายระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงิน และการกำหนดบทเฉพาะกาล ตลอดจนการปรับปรุงถ้อยคำ เพื่อให้การดำเนินการและการใช้จ่ายเงินทดรองราชการฯ เป็นไป อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ชัดเจน ถูกต้อง และเหมาะสม รวมทั้งสอดคล้องกับสภาพการณ์ของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
สำหรับระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๒ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เป็นต้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ส่วนราชการมีวงเงินทดรองราชการในการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติโดยเร่งด่วนตามความจำเป็นและเหมาะสมเมื่อเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินขึ้นในท้องที่หนึ่งท้องที่ใด ในระหว่างที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย แต่เนื่องจากระเบียบดังกล่าวได้ใช้บังคับมาเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว ซึ่งมีวิธีปฏิบัติในบางประการอาจไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
กรมบัญชีกลางพิจารณาแล้วเห็นสมควรยกเลิกระเบียบกระทรวงการคลังเดิม และได้ยกร่างระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. .... ขึ้นใหม่ โดยยังคงหลักการเดิม
ในระเบียบนี้ “ภัยพิบัติ” หมายความว่า สาธารณภัยอันได้แก่ อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง ภาวะฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง ภัยจากลูกเห็บ ภัยอันเกิดจากไฟป่า ภัยที่เกิดจากโรคหรือการระบาดของแมลงหรือศัตรูพืชทุกชนิด ภัยอันเกิดจากโรคที่แพร่หรือระบาดในมนุษย์ อากาศหนาวจัดผิดปกติ ภัยสงคราม และภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของผู้ก่อการร้าย กองกำลังจากนอกประเทศ ตลอดจนภัยอื่น ๆ ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ หรือมีบุคคลหรือสัตว์ทำให้เกิดขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชน หรือทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน
การปรับเพิ่มวงเงินทดรองราชการฯ ของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.กห.) จาก ๕๐ ล้านบาท เป็น ๑๐๐ ล้านบาท , สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (สป.กษ.)จาก๕๐ ล้านบาท เป็น ๑๐๐ ล้านบาท , กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จาก ๕๐ ล้านบาท เป็น ๑๐๐ ล้านบาท , สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.จังหวัด) จากแห่งละ ๒๐ ล้านบาท เป็น ๕๐ ล้านบาท โดยให้ปลัดกระทรวงกลาโหมมีอำนาจจัดสรรเงินทดรองราชการของ สป.กห. ให้แก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม (กห.) และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจจัดสรรเงินทดรองราชการของ ปภ.จังหวัด แก่อำเภอหรือกิ่งอำเภอ ตามความจำเป็นและเหมาะสม จากเดิมแต่ละแห่งต้องไม่เกิน ๕ แสนบาท เป็น แต่ละแห่งต้องไม่เกิน ๑ ล้านบาท และต้องแจ้งให้กระทรวงการคลังทราบด้วย ทั้งนี้ การปรับเพิ่มวงเงินดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน
กรณีเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีอำนาจอนุมัติให้ส่วนราชการอื่นมีวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินได้ตามความเหมาะสมจำเป็น และกรณีที่วงเงินทดรองราชการไม่พอให้ส่วนราชการ ดังกล่าวหรือส่วนราชการตามวรรคหนึ่งสามารถขอขยายวงเงินทดรองราชการเพิ่มโดยตรงต่อกระทรวงการคลังได้แล้วให้รายงานการอนุมัติดังกล่าวให้นายกรัฐมนตรีทราบ
ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่