สว. พบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ (ตอนบน)ลงพื้นที่จังหวัดแพร่ รับฟังปัญหาด้านผังเมือง และการพัฒนาชุมทางรถไฟสายเหนือเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน

เผยแพร่เมื่อ ๒๗ ก.ค. ๒๕๖๘

ภาพประกอบ

             วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. ที่ห้องประชุมโรงเรียนวิไลเกียรติอุปถัมภ์ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ นายพละวัต ตันศิริ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ (ตอนบน) คนที่หนึ่ง ได้รับมอบหมายจากนายวิวรรธน์ ไกรพิสุทธิ์กุล ประธานคณะกรรมการฯ นำคณะสมาชิกวุฒิสภาประกอบด้วย นายสุทิน แก้วพนา นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล และนางกัลยา ใหญ่ประสาน ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือนร้อนของประชาชน โดยมีบุคลากรกลุ่มงานสารสนเทศและศูนย์บริการ (Call Center) วุฒิสภา เป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ ในการนี้ นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาชนนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย ภาคประชาสังคม และหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อเสนอแนะ ในโอกาสนี้ คณะกรรมการฯ ได้กล่าวถึงอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา

             ด้านผังเมืองจังหวัดแพร่ ทางผู้แทนโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดแพร่ได้นำเสนอสภาพการณ์และปัญหาที่เ กิ ด ขึ้ นโดยที่ประชุมได้ถกแถลงถึงปัญหาผังเมืองว่าเกิดจากกฎหมายผังเมือง ปัจจุบันเป็นการควบคุมการพัฒนาของจังหวัดแพร่มากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งขัดแย้งกับนโยบายของรัฐบาล ที่ เน้นการสร้างรายได้และการพัฒนาเศรษฐกิจ บางกฎระเบียบมีหลายขั้นตอนการขออนุญาตจากทางราชการไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดตั้งสถานประกอบการต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะว่าควรมีการทบทวนและปรับปรุงกฎหมายผังเมือง เพื่อให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับบริบทและความต้องการของจังหวัดแพร่ อีกทั้งต้องมีการเตรียมการศึกษาเพิ่มเติมต่อข้อเสนอการเป็น HUB การขอการสนับสนุนให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษต้องมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัด พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงของเมืองมีความรวดเร็วมาก
               
                ด้านายพละวัต ตันศิริ สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในฐานะรองประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ (ตอนบน) คนที่หนึ่ง กล่าวถึงกรณีการพัฒนาผังเมือง ที่เกิดจากข้อจำกัดของกฎหมาย เช่น การออกใบอนุญาตดำเนินการภาคธุรกิจที่มีหลายขั้นตอน การไม่สามารถใช้พื้นที่เพื่อประกอบการธุรกิจ ทั้งโรงแรม สถานบันเทิง


             สำหรับปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เช่น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ผลไม้ตามฤดูกาล ตลอดจนอุตสาหกรรมแปรรูป เป็นต้น


             นางกัลยา ใหญ่ประสาน สมาชิกวุฒิสภากลุ่มอาชีพ ทำนาและพืชล้มลุก ได้ให้ข้อเสนอว่า ตนได้รับการร้องเรียนเรื่องพืชผลการเกษตรกรตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องทำทั้งระบบ เช่น ปัญหาข้าว การสร้างมูลค่า SME ให้เกิดการ แข่งขันกับภายนอก ซึ่งวุฒิสภาจะศึกษาเรื่องกฎหมายที่เป็นอุปสรรค และมีความเกี่ยวข้องกันทั้งปัญหาระบบการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องการมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน การแปลงสินทรัพย์ซึ่งจะขอรับเรื่องดังกล่าวไปดำเนินการในกลไกของวุฒิสภา

             ในส่วนของเกษตรกรขอเสนอแนะให้มีการดำเนินงานด้านความมั่นคงด้านอาหาร เกิดเศรษฐกิจพื้นฐานชุมชน สร้างการต่อยอดเกิดการขับเคลื่อนระดับประเทศ การแปรรูปเกิดสินค้าอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัด


             ด้านปัญหาอุตสาหกรรมแปรรูป นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มภาคประชาสังคมและองค์กรสาธาณะประโยชน์ได้ให้ข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาแพร่ให้เป็นเมืองไม้ที่ยั่งยืนเป็น เป็นพื้นที่นำร่องของประเทศซึ่งการขับเคลื่อนดังกล่าวมีข้อกฎหมายเรื่องสวนป่า หรือ พระราชบัญญัติส่วนป่าที่ส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจ โดยกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดตั้งและการจัดการสวนป่า รวมถึงการขออนุญาตและการแปรรูปไม้จากสวนป่า จึงเห็นควรให้มีการแก้ไข พรบ. สวนป่า ซึ่งต้นทาง คือ การผลิต ต้องไปแก้ไขที่ต้นทาง แปลงเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ให้ชุมชน สามารถเป็นป่าชุมชน

 

# สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่/รายงาน

 

ข้อมูลโดย ฝ่ายเลขาคณะกรรมการ สว. พบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ(ตอนบน)