จ.สงขลา พร้อมจัดงานใหญ่เป็นเจ้าภาพงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ ๔๓

เผยแพร่เมื่อ ๑๐/๐๙/๒๐๒๕ ๑๕:๓๗

จ.สงขลา พร้อมจัดงานใหญ่เป็นเจ้าภาพงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ ๔๓

ประธานหอการค้า จ.สงขลา นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ได้กล่าวถึงความพร้อมในการจัดงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ ๔๓ ที่ จ.สงขลาเป็นเจ้าภาพ ในระหว่างวันที่ ๒๑-๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ โดยงานนี้นับเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงภาคธุรกิจเอกชนกับภาครัฐ ภายใต้แนวคิด BCG โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เครือข่ายหอการค้าทั่วประเทศ รวมถึงผู้ประกอบการท้องถิ่น ได้แลกเปลี่ยนมุมมอง วิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจ และกำหนดข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรม เพื่อส่งต่อถึงรัฐบาล ผ่านเอกสารสมุดปกขาว ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสะท้อนปัญหาและแนวทางแก้ไขจากภาคธุรกิจโดยตรง

ในฐานะเจ้าภาพ จ.สงขลา ได้เตรียมโชว์ศักยภาพผ่านแนวคิด B-C-G ได้แก่

B = Business สงขลาเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ภาคใต้เชื่อมต่อด้วยสนามบินนานาชาติ รถไฟรางคู่ที่กำลังก่อสร้าง ท่าเรือน้ำลึก และพรมแดนติดกับมาเลเซีย รวมทั้งเป็นแหล่งการลงทุนที่โดดเด่นในอุตสาหกรรม การศึกษา การแพทย์ และกีฬา พร้อมศักยภาพเป็น ไมซ์ซิตี้ และ สปอร์ตซิตี้ ของประเทศ C = Cultural เมืองพหุวัฒนธรรมที่ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและศาสนาอยู่ร่วมกันอย่างสันติ สะท้อนผ่านอาหาร ศิลปะ และวิถีชีวิตที่หลากหลาย กำลังขับเคลื่อนสู่การเป็น Creative City of Gastronomy ของยูเนสโก G = Gastronomy สงขลาขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์หลากหลาย และมีรากฐานจากการค้าขายระหว่างประเทศ ทั้งอาหารจีน มุสลิม ไทย และตะวันตก โดยทะเลสาบสงขลายังเป็นแหล่งอาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ทั้งนี้ อยากให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้สัมผัสว่าสงขลา คือ

เมืองแห่งโอกาส ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว มาครั้งนี้รับรองว่าจะได้ประสบการณ์ใหม่ และความประทับใจกลับไป

ขณะเดียวกัน หอการค้าสงขลาเตรียมผลักดันประเด็นสำคัญในเวทีนี้ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน การดันเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา รวมถึงการต่อยอดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอาหารฮาลาล เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจภาคใต้ และข้อเสนอถึงรัฐบาลนอกจากการยื่นสมุดปกขาวแล้ว หอการค้าสงขลายังเสนอรัฐบาลให้เร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี ๒๕๖๘–๒๕๖๙,การเร่งคืนภาษีให้ประชาชนและผู้ประกอบการโดยเร็ว,สนับสนุนอีเวนต์และเทศกาลระดับนานาชาติเพื่อดึงเม็ดเงินท่องเที่ยวเข้าประเทศ พร้อมทั้งเสนอแนวทางระยะยาวในการสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนใช้สินค้า แรงงาน และบริการในพื้นที่เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนกลับสู่ชุมชน ไม่ใช่เพียงการใช้พื้นที่โดยที่รายได้กลับไปส่วนกลาง

สำหรับสิ่งที่ จ.สงขลาจะได้รับจากการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญที่ จ.สงขลา จะได้แสดงศักยภาพด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และวัฒนธรรมท้องถิ่นต่อสายตาผู้เข้าร่วมงานจากทั่วประเทศและตลอดระยะเวลาของการจัดประชุมซึ่งคาดว่าจะมีผู้มาเข้าร่วมกว่า ๑,๕๐๐ คน ซึ่งจะช่วยสร้างเม็ดเงินสะพัดมหาศาลจากการพักโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ การท่องเที่ยว รวมถึงสินค้าพื้นถิ่นและของฝาก โดยถือเป็นการใช้ไมซ์อีเวนต์ เป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างแท้จริง การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และธุรกิจบริการเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของสงขลาในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ ที่พร้อมก้าวสู่ภูมิภาคอาเซียน

สุดท้ายขอแรงชาวสงขลาร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับผู้มา

เยือนด้วยไมตรีจิต พร้อมสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นเมืองแห่งรอยยิ้มและการค้าขาย เพื่อสร้างความประทับใจและตอกย้ำศักยภาพของสงขลาในการเป็นเมืองเศรษฐกิจที่พร้อมก้าวไกลและต่อยอดสร้างโอกาสใหม่ๆทั้งด้านการท่องเที่ยวและการลงทุนในอนาคตอย่างเต็มภาคภูมิ