กรมชลประทาน กำชับโครงการชลประทานแต่ละพื้นที่เสี่ยงบริหารจัดการน้ำในเขื่อนให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการเร่งพร่องน้ำ หลังพบเขื่อนหลายแห่งปริมาณน้ำเกือบเต็มศักยภาพ

เผยแพร่เมื่อ ๓๐/๐๘/๒๐๒๕ ๑๖:๑๗

กรมชลประทาน กำชับโครงการชลประทานแต่ละพื้นที่เสี่ยงบริหารจัดการน้ำในเขื่อนให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการเร่งพร่องน้ำ หลังพบเขื่อนหลายแห่งปริมาณน้ำเกือบเต็มศักยภาพ

กรมชลประทาน กำชับโครงการชลประทานแต่ละพื้นที่เสี่ยงบริหารจัดการน้ำในเขื่อนให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการเร่งพร่องน้ำ หลังพบเขื่อนหลายแห่งปริมาณน้ำเกือบเต็มศักยภาพ เพื่อรองรับฝนหนักในระยะนี้

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์น้ำของประเทศ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาพบพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ได้ทวีกำลังเป็นพายุโซนร้อน “หนองฟ้า” คาดจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามวันนี้ (๓๐ ส.ค.๖๘) แล้วอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน ก่อนเคลื่อนปกคลุม สปป.ลาวตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยคืนนี้ (๓๐ ส.ค.๖๘) เช่นกัน โดยอิทธิพลของพายุส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ตั้งแต่วันนี้ (๓๐ ส.ค.๖๘) ไปจนถึงวันที่ ๑ กันยายน โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ในส่วนกรมชลประทานได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อรองรับฝนที่จะตกหนัก ด้วยการจัดเตรียมเครื่องจักรกลและเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่เสี่ยงให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ตลอดเวลา // พร่องน้ำจากเขื่อนและอ่างเก็บน้ำล่วงหน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนที่จะตกลงมาอีก // ตรวจสอบและซ่อมแซมอาคารชลประทาน คันกั้นน้ำ และประตูระบายน้ำให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ สำหรับการบริหารจัดการน้ำจะบูรณาการเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ท้ายน้ำ ขณะเดียวกันกรมชลประทานยังได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง




ขณะที่ภาพรวมสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ พบมีปริมาณน้ำรวม ๕๒,๕๔๑ ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถรับน้ำได้อีก ๒๓,๙๖๔ ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนหลัก คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกัน ๑๘,๓๓๗ ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถรับน้ำได้อีก ๖,๕๓๔ ล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบกับ ระยะนี้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำต่อเนื่อง โดยเฉพาะเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำมากถึง ๘,๐๗๘ ล้านลูกบาศก์เมตร จากการประชุมหารือร่วมกันกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนสิริกิติ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีมติคงการระบายน้ำในเกณฑ์ ๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน แล้วจะคงการระบายดังกล่าวไปจนถึงวันที่ ๑๐ กันยายน เพื่อพร่องน้ำและลดผลกระทบพื้นที่ด้านท้าย