วันนี้ (๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๘) ณ ห้องประชุมพระครูวิมลคุณากร ชั้น ๒ อาคารศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะ ได้ลงพื้นที่ประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา และติดตามการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจังหวัดที่อยู่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา
ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุหลายลูก ได้แก่ พายุวิภา พายุคาจิกิ และล่าสุดคือพายุหนองฟ้า ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักบริเวณภาคเหนือ โดยเฉพาะลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่าน ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักเพิ่มสูงขึ้น โดยปัจจุบัน เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำร้อยละ ๘๕ ของความจุเก็บกัก และจำเป็นต้องระบายน้ำวันละ ๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ เขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำร้อยละ ๗๐ ของความจุเก็บกัก และยังคงมีน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มวลน้ำจากลุ่มน้ำดังกล่าวจะไหลรวมกันสู่จังหวัดนครสวรรค์ และผ่านลงมายัง เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ซึ่งปัจจุบันมีการระบายน้ำในอัตรา ๑,๓๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแนวโน้มที่จะต้องปรับเพิ่มเป็น ๑,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรองรับน้ำเหนือที่ไหลลงมาในระยะนี้
อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำและนอกคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดปทุมธานีบางส่วน ซึ่งกรมชลประทานจะได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบทราบและเตรียมความพร้อมล่วงหน้า
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันบริหารจัดการน้ำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยคาดว่าในช่วง ๒–๓ สัปดาห์ข้างหน้ายังคงมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง